กรณีศึกษาเงื่อนไขการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเมืองมหาชัย
เรียบเรียงโดย บ. บริหารสินทรัพย์เพื่อธุรกิจอุตสาหกรรมมหาชัย จก.
กําหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๔๘
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิ
และเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖
มาตรา ๔๘
มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจ
ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติ
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒
๒ นิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่งต้องจัดให้มีระบบสาธารณูปโภค
สิ่งอํานวยความสะดวกและบริการที่จําเป็นตามความเหมาะสมกับลักษณะและขนาดของนิคมอุตสาหกรรมแต่ละประเภท ดังต่อไปนี้
(๑)
ระบบถนนภายในหรือทางเชื่อมต่อกับถนนหรือทางภายนอกนิคมอุตสาหกรรม
-สามารถทำได้
(๒) ระบบระบายน้ําฝน หรือระบบปองกันน้ําท่วม
-สามารถทำได้
(๓) ระบบประปา
-สามารถทำได้
(๔) ระบบบําบัดน้ําเสีย
-สามารถทำได้
(๕) ระบบสื่อสารโทรคมนาคม
-สามารถทำได้
(๖) ระบบไฟฟ้า
-สามารถทำได้
(๗) ระบบดับเพลิงและระบบป้องกันอุบัติภัย
-สามารถทำได้
(๘) ระบบจัดการกากอุตสาหกรรม
มูลฝอย และสิ่งปฏิกูล
-สามารถทำได้
(๙)
ระบบติดตามตรวจสอบมลพิษและคุณภาพสิ่งแวดล้อม
-สามารถทำได้
(๑๐) ระบบรักษาความปลอดภัยนอกจากที่กําหนดไว้ตามวรรคหนึ่งแล้ว
คณะกรรมการอาจกําหนดให้มีระบบสาธารณูปโภค สิ่งอํานวยความสะดวก หรือบริการอื่นเพิ่มเติมตามความจําเป็นอีกกได้
เช่น ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์กลางการติดต่อสื่อสาร สถานพยาบาล หรือการบริการรถรับส่ง เป็นต้น
ระบบสาธารณูปโภค สิ่งอํานวยความสะดวก และบริการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ทั้งนี้ คณะกรรมการ สามารถกําหนดให้ แตกต่างกันได้ โดยคํานึงถึงความจําเป็นในการบริหารจัดการ
การควบคุมดูแลและการป้องกันผลกระทบที่จะมีต่อประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมตามลักษณะของนิคมอุตสาหกรรม
กลุ่มอุตสาหกรรม หรือกลุ่มกิจกรรมในแต่ละนิคมอุตสาหกรรมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในท้องที่ใด
หากบริเวณที่ ท้องที่นั้นสามารถใช้บริการจากระบบ
หนึ่งระบบใดตามที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่งหรือวรรคสองจากหน่วยงานของรัฐ
หรือเอกชนที่ได้ดําเนินการในลักษณะสาธารณะ หรือเป็นธุรกิจบริการภายนอกนิคมอุตสาหกรรม
ผู้ที่จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสามารถจัดให้มีระบบตามที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
โดยการใช้บริการดังกล่าวได้ตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ
-สามารถทำได้
๓ การจัดสรรพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมให้จัดตามความเหมาะสมกับลักษณะและขนาดของนิคมอุตสาหกรรมแต่ละประเภท
โดยแต่ละนิคมอุตสาหกรรมต้องจัดให้มีพื้นที่สีเขียวทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
-สามารถทำได้
๔ ให้ผู้ที่จะจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรมจัดทําโครงการเพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการ
โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูลในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) ประเภทหรือกลุ่มอุตสาหกรรมหรือกลุ่มกิจกรรมเป้าหมาย
-สามารถทำได้
(๒) โครงการปรับปรุงที่ดินที่ขอจัดสรรเพื่อให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม
การจัดให้มีระบบสาธารณูปโภค สิ่งอํานวยความสะดวก และบริการ
รวมทั้งการปรับปรุงอื่นตามควรแก่สภาพและลักษณะของนิคอุตสาหกรรม โดยแสดงแผนผังการใช้ที่ดิน
แผนที่สังเขปแสดงแนวเขตที่ดินแหล่งน้ําใช้ แหล่งรองรับน้ําทิ้ง และบริเวณ
ข้างเคียง แผนงาน และกําหนดระยะเวลาการพัฒนาโครงการตั้งแต่เริ่มตนจนแล้วเสร็จ
-สามารถทำได้
(๓)
ขนาดของการลงทุน แหล่งเงินทุน แผนการตลาด และแผนการเงิน
-สามารถทำได้
(๔) ข้อเสนอเกี่ยวกับการดําเนินการให้บริการระบบสาธารณูปโภค
และสิ่งอํานวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
-สามารถทำได้
(๕)
จํานวนเนื้อที่และรายละเอียดของที่ดินพร้อมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง
หรอหลักฐาน แสดงการจะได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่เจ้าของที่ดินยินยอมให้ดําเนินการ-
เป็นนิคมอุตสาหกรรมได้เมื่อคณะกรรมการอนุมัติโครงการจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรมตามที่ผู้จัดทําโครงการเสนอแล้ว
ให้ประธานกรรมการประกาศการจัดตั้ง การเปลี่ยนแปลงเขต หรือการยุบเขตนิคม
อุตสาหกรรมในราชกิจจานุเบกษา
-สามารถทำได้
๕ ในกรณีที่เอกชนหรือหน่วยงานอื่นของรัฐประสงค์จะจัดสรรที่ดินเพื่อจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นอกจากจะต้องดําเนินการตามที่กําหนดในข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ แล้ว จะต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขในการจัดสรรที่ดินเพื่อให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมตามที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
(๑)
การขออนุญาตและการอนุญาตให้จัดสรรที่ดิน
(๒)
การค้ําประกันการจัดให้มีระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอํานวยความสะดวก
(๓) การก่อภาระผูกพันแก่ที่ดินในโครงการ
(๔)
การดําเนินการให้บริการสิ่งอํานวยความสะดวกและบริการอื่นแก่ผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
(๕)
การจัดการดูแลและบํารุงรักษาระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอํานวยความสะดวก
(๖) การจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษาระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอํานวยความสะดวก
-สามารถทำได้
๖
นิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่งต้องจัดให้มีกองทุนหลักประกันเพื่อการบํารุงรักษา
และสร้างทดแทนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอํานวยความสะดวกของนิคมอุตสาหกรรมตามความเหมาะสมกับลักษณะและขนาดของนิคมอุตสาหกรรมแต่ละประเภท
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
-สามารถทำได้
๗
บรรดาหลักเกณฑ์ที่ออกตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้คงใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีหลักเกณฑ์ที่ออกตามกฎกระทรวงนี้ใช้บังคับแทน
-สามารถทำได้
๘
บรรดาคําขออนุมัติจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ
หรือ กนอ. ในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นคําขออนุมัติดําเนินโครงการจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรมตามกฎกระทรวงนี้โดยอนุโลม
ในกรณีที่คําขออนุมัติดังกล่าวมีข้อแตกต่างไปจากคําขออนุมัติตามกฎกระทรวงนี้
ให้คณะกรรมการ หรือ กนอ. มีอํานาจสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมได้ตามความจําเป็นเพื่อให้การเป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
-สามารถทำได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘
พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
อ้างอิงจาก : www.ieat.go.th